เมื่อต้องเลือกซื้ออาหารเสริม ยา เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ หลายคนมักตรวจสอบก่อนว่าสินค้านั้นมีเลข อย. หรือไม่ เพราะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าสินค้าได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
แต่อย่างไรก็ตาม เลข อย. เป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่ควรตรวจสอบ และไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์จะปลอดภัยหรือเหมาะกับทุกคน เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ หมายเลข อย. ให้มากขึ้นกัน
อย. ย่อมาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีหน้าที่กำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนและหลังออกสู่ตลาด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด
ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ อย. ได้แก่
อาหาร
ยา
เครื่องสำอาง
ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
เครื่องมือแพทย์
วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนบางประเภท
หน้าที่ของ อย. ไม่ได้มีเพียงการออก "เลข อย." แต่ยังรวมถึงการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์ ตรวจสอบสถานที่ผลิต กำกับดูแลฉลากและโฆษณา รวมถึงเฝ้าระวังคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด
ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือยา การตรวจสอบเลข อย. เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
เริ่มต้นด้วยการมองหากรอบเครื่องหมาย อย. บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ซึ่งภายในจะแสดงหมายเลขที่สามารถนำไปตรวจสอบในฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้

ปัจจุบันสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ผ่านฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยค้นหาจากเลข อย. หรือชื่อผลิตภัณฑ์
เมื่อตรวจสอบแล้ว ไม่ควรดูเพียงว่า "ค้นหาเจอ" แต่ควรเปรียบเทียบข้อมูลที่แสดงในระบบกับข้อมูลบนฉลาก ได้แก่
ชื่อผลิตภัณฑ์ตรงกัน
ประเภทผลิตภัณฑ์ตรงกัน
ชื่อผู้รับอนุญาต ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าตรงกัน
เลขที่แสดงบนฉลากตรงกับข้อมูลในระบบ
สถานะของผลิตภัณฑ์ยังคงมีผล (หากระบบแสดงข้อมูล)
หากข้อมูลไม่ตรงกัน หรือค้นหาไม่พบ ควรตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง หรือสอบถามข้อมูลจาก อย. ก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้งาน
การตรวจสอบเลข อย. ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าสินค้า "ของแท้" หรือ "ปลอดภัย 100%" แต่เป็นการยืนยันว่าข้อมูลของผลิตภัณฑ์สามารถตรวจสอบได้จากฐานข้อมูลของหน่วยงานที่กำกับดูแล
สามารถตรวจสอบผ่าน Link นี้ได้เลย : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)


เลข อย. มักพบในผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยประเภทของเลขและรูปแบบการแสดงอาจแตกต่างกันตามชนิดของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์ที่พบเลข อย. หรือเลขอนุญาตจาก อย. ได้บ่อย ได้แก่
อาหารและเครื่องดื่มบรรจุสำเร็จ
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ยา
เครื่องสำอาง
เครื่องมือแพทย์
ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
วัตถุอันตรายบางประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงหรือผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่อยู่ภายใต้การกำกับของ อย.
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์การอนุญาตแตกต่างกัน และไม่ใช่อาหารหรือผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะต้องแสดงเลขในรูปแบบเดียวกัน ดังนั้น หากไม่พบเลข อย. บนสินค้าบางประเภท ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นผิดกฎหมายเสมอไป ควรพิจารณาตามประเภทของผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
เลข อย. ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่แสดงบนฉลาก แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ก่อนตัดสินใจซื้อ
ประโยชน์ของเลข อย. ได้แก่
ช่วยตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของ อย.
ช่วยระบุผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้รับอนุญาตได้
ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเมื่อสอบถาม ร้องเรียน หรือแจ้งปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
แม้เลข อย. จะเป็นข้อมูลสำคัญในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ แต่ก็ควรพิจารณาข้อมูลอื่นบนฉลาก เช่น วิธีใช้ คำเตือน และวันหมดอายุ ควบคู่กันเสมอ
แม้การมีเลข อย. จะช่วยสร้างความมั่นใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรตีความเกินกว่าความหมายของข้อมูลนั้น เพราะการมีเลข อย. ไม่ได้หมายความว่า
ใช้แล้วจะเห็นผลกับทุกคน
ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทุกคน
สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรได้
คำโฆษณาหรือรีวิวทั้งหมดได้รับการรับรองจาก อย.
ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องอ่านฉลาก วิธีใช้ หรือคำเตือน
ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อหรือใช้งานผลิตภัณฑ์ ควรตรวจสอบเลข อย. ควบคู่กับการอ่านฉลาก ศึกษาวิธีใช้ และเลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ