หลายคนหาของกินดีๆ มาบำรุง แต่ลืมไปว่า "พฤติกรรม" บางอย่างในชีวิตประจำวันนี่แหละ ที่กำลังทำให้ระบบลำไส้รวน ทำงานหนัก และเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังในอนาคต
เมอรี่สรุป 5 พฤติกรรมที่ลำไส้ขอร้องให้ "เลิกทำด่วน"

1.) พึ่ง "ยาระบาย" จนเคยตัว
การใช้ยาระบายกลุ่มกระตุ้นลำไส้ติดต่อกันเกิน 7-10 วัน จะทำให้ระบบประสาทลำไส้ "ชิน" จนกลายเป็นภาวะลำไส้ขี้เกียจ (Colonic Inertia) คราวนี้ถ้าไม่พึ่งยาก็จะไม่ยอมบีบตัว ถ่ายเองไม่ได้! (ปกติคนเราไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกวัน 2-3 วันครั้งก็ถือว่าปกติ )

2.) ดื่มน้ำน้อยเกินไป
คุณแม่หรือสาวออฟฟิศที่ยุ่งจนลืมจิบน้ำ พอน้ำในร่างกายน้อย ลำไส้ใหญ่ก็จะไปสูบน้ำกลับจากอุจจาระของเรา ผลคืออุจจาระแห้ง แข็ง ถ่ายยาก เบ่งจนหน้าดำหน้าแดง ริดสีดวงก็ถามหา!

3.) กินแต่เนื้อ ไม่กินผัก
กากใยจากผัก ผลไม้ และธัญพืช คือ "ของโปรด" ของแบคทีเรียดีในลำไส้ ถ้าเรากินน้อย ลำไส้จะบีบตัวช้าลง สมดุลจุลินทรีย์พัง (Dysbiosis) ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงเรื่องการดื้ออินซูลิน อารมณ์แปรปรวน และไขมันพอกตับได้เลย

4.) นั่งแช่หน้าจอนานๆ ไม่ออกกำลังกาย
การที่เรานั่งนิ่งๆ ลำไส้ก็จะนิ่งตาม การลุกเดินเปลี่ยนอิริยาบถ หรือไปออกกำลังกาย ซ้อมวิ่งมาราธอน จะช่วย "โยกลำไส้" ให้ระบบประสาททำงานคล่องขึ้น บีบตัวดีขึ้น ขับถ่ายง่ายขึ้น แถมช่วยลดไขมันหน้าท้องที่ทำให้เกิดการอักเสบด้วย

5.) สายปาร์ตี้ (แอลกอฮอล์ & บุหรี่)
สารพิษจากแอลกอฮอล์และบุหรี่ จะเข้าไปทำลายเยื่อบุและเกราะป้องกันลำไส้โดยตรง ทำให้ลำไส้อักเสบเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะยาว
Merry’s Health Fact
ข้อมูลจากสถาบันการแพทย์ระดับโลกอย่าง Mayo Clinic สหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า "สุขภาพลำไส้ (Gut Health) เชื่อมโยงกับสุขภาพโดยรวมของร่างกาย" การปรับพฤติกรรมง่ายๆ อย่างการดื่มน้ำให้ได้วันละ 1.5 - 2 ลิตร และกินกากใยให้เพียงพอ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องขับถ่าย แต่ยังช่วยบูสต์ระบบภูมิคุ้มกันและทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นอีกด้วย