Merry's Care
Merry's Care
หน้าแรก
สินค้า
แหล่งความรู้
แบบทดสอบ

Merry's Care

สินค้าเพื่อสุขภาพและชีวิตประจำวันที่เราคัดมาอย่างตั้งใจ เพื่อคุณและคนที่คุณรัก

FacebookYouTubeTikTokLine

เมนู

  • หน้าแรก
  • สินค้า
  • แหล่งความรู้
  • แบบทดสอบ

ช่องทางการติดต่อ

  • 02-427-8216
  • เฉพาะวันจันทร์ - ศุกร์
  • เวลา 8.30 - 17.30 น.
  • merrys-care@covermat.co.th
  • @merrys.care

ช่องทางการสั่งซื้อเพิ่มเติม

Shopee MallLazMall

จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

DBD Registered

© 2026 Merry's Care — The Care You Deserve.

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายคุกกี้

เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานและวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกยอมรับหรือปฏิเสธการใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ได้

ตะกร้าสินค้าของคุณ

ยังไม่มีสินค้าในตะกร้า

อายุ 25–35 ควรดูแลตัวเองยังไง ในวัยที่ชีวิตกำลังวิ่งไปข้างหน้า?

อายุ 25–35 ควรดูแลตัวเองยังไง ในวัยที่ชีวิตกำลังวิ่งไปข้างหน้า?

วัย 25–35 มีหลายอย่างให้สร้าง ทั้งงาน เงิน และอนาคตที่อยากมี แล้วเราจะดูแลตัวเองยังไงให้เหมาะสมในช่วงวัยนี้ ไปอ่านในบทความนี้กัน

Merry's Care

เขียนโดย Nattawan

15 ต.ค. 2569 11:01 น.

แชร์บทความนี้:

บทความที่เกี่ยวข้อง

Prova Probio+ คืออะไร? รู้จัก Probiotic และการดูแลสุขภาพลำไส้

สินค้า

9 ก.ย. 2569 01:09 น.

สิทธิประกันสังคม 2569 อัปเดตอะไรบ้าง? สรุปสิทธิใหม่และวงเงินที่เปลี่ยน

ข่าวสุขภาพ

15 ต.ค. 2569 11:04 น.

อายุ 30+ ร่างกายเปลี่ยนอะไรบ้าง? วิธีดูแลตัวเองให้ทันความเปลี่ยนแปลง

ชีวิตและสุขภาพ

15 ต.ค. 2569 11:03 น.

COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ต่างกันอย่างไร? 3 โรคทางเดินหายใจที่ควรเฝ้าระวัง

ข่าวสุขภาพ

22 ก.ย. 2569 16:16 น.

ก่อนอื่น องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่า Self-care คือความสามารถของคน ครอบครัว และชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาสุขภาพ และรับมือกับความเจ็บป่วย พูดง่ายๆคือการดูแลตัวเองจึงครอบคลุมตั้งแต่กิจวัตรประจำวัน ไปจนถึงการรู้ว่าเมื่อไรควรขอความช่วยเหลือ

อ่านบทความเรื่อง Self-Care ของ WHO ต่อ ได้ที่นี่

พอมองกลับมาที่ชีวิตช่วงอายุ 25–35 ก็เข้าใจได้ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ ขณะที่เรารู้สึกว่า “ยังเด็กอยู่เลย” แต่งานเริ่มจริงจัง ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และมีเรื่องอนาคตให้ตัดสินใจมากขึ้นเรื่อย ๆ สุขภาพเลยมักถูกเลื่อนไปไว้หลังเรื่องอื่น รอให้งานเบาลงก่อน รอผ่านเดือนนี้ก่อน แล้วค่อยกลับมาดูแลตัวเอง

คำคมท้ายรถกระบะอย่าง “วัยรุ่นสร้างตัว” คงอธิบายช่วงนี้ได้ดี Merry’s Care ขอเรียกมันว่า “วัยกำลังสร้าง” บางคนกำลังเติบโตในงาน เริ่มธุรกิจ เก็บเงินซื้อบ้าน หรือมีครอบครัว บางคนกำลังเริ่มต้นใหม่ เพราะชีวิตที่อยากได้ตอนอายุ 30 ต่างจากที่เคยคิดไว้ตอนอายุ 20 วันนี้เราเลยอยากชวนกลับมาเช็กชีวิตกันสักหน่อย ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การเงิน และความสัมพันธ์ ว่ามีเรื่องไหนที่เราควรใส่ใจมากขึ้นบ้าง

1. สุขภาพกาย: ช่วงนี้เราใช้ร่างกายหนักแค่ไหน

ทำงานดึก ตื่นเช้า กินข้าวหน้าคอม แล้วออกไปเจอเพื่อนต่อในวันหยุด เป็นตารางที่หลายคนคุ้นเคย พอยังทำทุกอย่างได้ก็อาจไม่ทันสังเกตว่าร่างกายเริ่มมีอะไรเปลี่ยนไป ลองถามตัวเองจากเรื่องใกล้ตัวเหล่านี้ก่อน

  • การนอน: ช่วงนี้นอนแล้วตื่นมาสดชื่นไหม หรือตื่นมาก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว?

  • ความเหนื่อย: เดินขึ้นบันไดเส้นเดิมแล้วเหนื่อยกว่าเมื่อก่อนหรือเปล่า?

  • อาการปวด: นั่งทำงานแล้วปวดคอ บ่า หรือหลังบ่อยแค่ไหน?

  • การกิน: ได้กินตอนหิวและเลือกอาหารบ้างไหม หรือยุ่งจนต้องคว้าอะไรก็ได้?

  • การเคลื่อนไหว: แต่ละวันนั่งติดต่อกันนานแค่ไหน ได้ลุกเดินบ้างหรือเปล่า?

  • การสังสรรค์: การกลับดึกหรือดื่มเริ่มกระทบการนอน งาน หรือแผนวันถัดไปบ่อยแค่ไหน?

คำตอบช่วยให้เห็นว่าควรเริ่มปรับตรงไหน คนที่เลื่อนมื้อกลางวันเป็นประจำอาจต้องกันเวลาพักให้ชัดขึ้น คนที่นั่งยาวจนปวดหลังอาจเริ่มจากจัดโต๊ะและลุกเปลี่ยนอิริยาบถ ส่วนคนที่นอนน้อยแทบทุกคืน ควรจัดตารางให้เหลือเวลานอนอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ

อีกเรื่องที่ควรเริ่มคือรู้ข้อมูลสุขภาพของตัวเอง เช่น ความดัน น้ำหนัก รอบเอว ประวัติวัคซีน และโรคที่พบในครอบครัว เพื่อนำไปคุยเรื่องการตรวจสุขภาพให้เหมาะกับความเสี่ยง หากเหนื่อยผิดปกติ ใจสั่น ปวดเรื้อรัง หรือน้ำหนักเปลี่ยนโดยไม่ทราบสาเหตุ ก็ควรหาสาเหตุ ไม่ปล่อยผ่านเพียงเพราะคิดว่าอายุยังน้อย

2. วิตามินและอาหารเสริม: เลือกให้เหมาะกับ Lifestyle

ถ้ากำลังมองหาอาหารเสริม ในวัยนี้ลองเริ่มจากดูว่าเรากินและใช้ชีวิตแบบไหน มีสารอาหารอะไรที่อาจได้รับไม่พอ แล้วค่อยเลือกให้ตรงกับความจำเป็นของตัวเอง

  • ถ้าทำงาน Indoor แทบทั้งวัน
    Vitamin D เป็นสารอาหารหนึ่งที่น่ากลับมาดู ทั้งจากอาหาร การได้รับแสงแดด และปัจจัยเฉพาะบุคคล การอยู่ในอาคารไม่ได้แปลว่าทุกคนขาดวิตามินดี หากมีความเสี่ยงหรือสงสัยว่าขาด ควรให้บุคลากรสุขภาพช่วยประเมินว่าจำเป็นต้องตรวจหรือเสริมเท่าไร โดยไม่ต้องเพิ่มการตากแดดจนเสี่ยงทำร้ายผิว

  • ถ้าเป็น Vegan หรือกินอาหารจากสัตว์น้อยมาก
    Vitamin B12 ควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะแหล่งอาหารตามธรรมชาติส่วนใหญ่มาจากสัตว์ ผู้ที่กินวีแกนควรวางแผนรับบี 12 จากอาหารที่เสริมวิตามินหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้เพียงพอ ส่วนสารอาหารอื่น เช่น ธาตุเหล็ก ควรประเมินร่วมกับรูปแบบการกินและความเสี่ยงของแต่ละคน

  • ถ้าแทบไม่กินปลาเลย
    ลองกลับมาดูแหล่ง Omega-3 ในอาหาร เช่น ปลาทะเลที่มีไขมัน ส่วนคนที่ไม่กินผลิตภัณฑ์จากสัตว์มีน้ำมันสาหร่ายเป็นแหล่ง DHA และบางสูตรมี EPA ด้วย การพิจารณาเสริมควรดูทั้งอาหารที่กินและเป้าหมายสุขภาพ ไม่ได้หมายความว่าคนที่กินปลาน้อยทุกคนต้องกินน้ำมันปลา

  • ถ้ากินผักผลไม้น้อย
    ลองเพิ่มสิ่งที่กินง่ายและหาได้ในชีวิตประจำวันก่อน เช่น เพิ่มผักในอาหารจานเดิม หรือเตรียมผลไม้ไว้เป็นของว่าง เพราะสิ่งที่เราได้จากอาหารยังรวมถึงใยอาหารและสารอาหารหลายชนิด การเลือกวิตามินเสริมจึงควรดูว่าขาดอะไรจริง ๆ

สำหรับคนที่สนใจโพรไบโอติก ควรดูสายพันธุ์จุลินทรีย์ ปริมาณ วิธีเก็บรักษา และข้อมูลที่สนับสนุนประโยชน์ของสูตรนั้น ผู้ที่กำลังเลือกซื้อสามารถดูส่วนประกอบและคำแนะนำของ Prova Probio+ ที่ Merry’s Care คัดเลือกมาจำหน่าย ประกอบการตัดสินใจ อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Prova ได้ที่นี่

ส่วนความรู้สึกไม่สดชื่นหรือนอนหลับไม่ดี ควรย้อนดูตารางนอน คาเฟอีน ความเครียด และอาการอื่นร่วมด้วยก่อนเลือกอาหารเสริม จะช่วยให้แก้ได้ตรงกับสาเหตุมากขึ้น

3. ผิวและความงาม: เริ่มดูแลให้สม่ำเสมอ และเลือกหัตถการให้ตรงปัญหา

สำหรับคนที่สนใจความสวยความงาม วัย 25–35 เป็นช่วงที่เริ่มวางแผนดูแลผิวอย่างจริงจังได้ ทั้งการเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวและการปรึกษาแพทย์เรื่องปัญหาที่กังวล สิ่งที่เริ่มทำได้ทุกวันคือทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน เติมความชุ่มชื้น และใช้กันแดดที่ป้องกันทั้ง UVA และ UVB มี SPF 30 ขึ้นไป พร้อมหลบแดดหรือใช้เสื้อผ้าช่วยป้องกัน

เรื่องกันแดดมีงานวิจัยรองรับด้านการชะลอความเสื่อมของผิวจากแสงแดดด้วย การทดลองแบบสุ่มในผู้ใหญ่ 903 คน อายุต่ำกว่า 55 ปี ติดตามนานประมาณ 4 ปีครึ่ง พบว่ากลุ่มที่ได้รับคำแนะนำให้ใช้กันแดดทุกวันมีโอกาสที่ระดับความแก่ของผิวเพิ่มขึ้นต่ำกว่ากลุ่มที่ใช้ตามความสมัครใจ โดยมีอัตราส่วนโอกาสเท่ากับ 0.76 งานนี้จึงสนับสนุนการใช้กันแดดสม่ำเสมอ แต่ไม่ได้เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ทาเลย และไม่ได้หมายความว่าทาแล้วจะดูเด็กลง 24%

หากสนใจหัตถการ ก็เริ่มจากระบุให้ชัดว่าอยากแก้เรื่องอะไร เช่น รอยแผลเป็น ริ้วรอย หรือบริเวณที่ต้องการเพิ่มปริมาตร แล้วให้แพทย์ประเมินทางเลือก ผลที่คาดหวัง และความเสี่ยง บางคนในวัยนี้อาจเหมาะกับการทำหัตถการเฉพาะจุด ขณะที่บางคนยังดูแลด้วยสกินแคร์ได้ตามเป้าหมาย

เริื่องผิวยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งดี

4. สุขภาพใจ: เหนื่อยแล้วเราได้พักจริงไหม

ในวัยที่อยากก้าวหน้า เรามักยอมให้ความเหนื่อยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จนบางครั้งไม่ทันสังเกตว่างานเริ่มตามกลับมาถึงบ้านและกินเวลาวันหยุดไปด้วย ลองเช็กตัวเองเป็นระยะด้วยคำถามง่าย ๆ

  • เลิกงานแล้ววางเรื่องงานได้ไหม หรือยังคิดวนจนหลับยาก?

  • วันหยุดช่วยให้รู้สึกดีขึ้นหรือยังเหนื่อยสะสม?

  • ยังสนุกกับสิ่งที่เคยชอบอยู่หรือเปล่า?

  • ช่วงนี้หงุดหงิด เศร้า หรือกังวลจนกระทบคนรอบตัวบ่อยไหม?

  • มีใครที่เราคุยด้วยได้เวลารู้สึกไม่ไหว?

คำถามเหล่านี้ใช้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ไม่ใช่แบบวินิจฉัยภาวะหมดไฟหรือโรคทางจิตใจ ลองจดสั้น ๆ ว่าวันไหนรู้สึกอย่างไรและมีอะไรเกิดขึ้น จะช่วยให้เห็นว่าความเหนื่อยมักมาจากเรื่องไหน

การพักอาจเป็นการอยู่เงียบ ๆ หลังคุยกับคนมาทั้งวัน ออกไปเจอเพื่อนหลังทำงานคนเดียว หรือมีงานอดิเรกที่ไม่ต้องทำให้เก่ง ไม่ต้องวิ่งให้ได้สถิติใหม่ทุกครั้ง และไม่ต้องเปลี่ยนทุกความชอบให้เป็นอาชีพเสริม ส่วนงานที่หนักเกินกำลัง ควรคุยเรื่องภาระงานและเวลาติดต่อให้ชัด เพราะการพักคนเดียวอาจแก้ปัญหาที่มาจากระบบงานได้ไม่ทั้งหมด

หากความเครียด ความเศร้า ความกังวล หรือปัญหาการนอนเกิดขึ้นต่อเนื่องและเริ่มรบกวนชีวิต การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เข้าใจสาเหตุและเลือกวิธีดูแลได้เหมาะสมขึ้น

5. การเงิน: เริ่มจัดการให้เห็นภาพอนาคต

วัยนี้มีทั้งรายจ่ายประจำและเป้าหมายก้อนใหญ่ บางคนอยากเรียนต่อ ซื้อบ้าน หรือมีธุรกิจของตัวเอง จุดเริ่มต้นคือรู้ก่อนว่าเงินเข้าเท่าไร ใช้ไปกับอะไร และมีภาระหนี้แค่ไหน ลองบันทึกรายจ่ายหนึ่งเดือน แล้วแยกค่าใช้จ่ายจำเป็นออกจากส่วนที่ปรับลดได้

จากนั้นค่อยแบ่งเงินตามหน้าที่ เช่น เงินใช้ประจำ เงินสำรอง และเงินสำหรับเป้าหมายในอนาคต การตั้งโอนอัตโนมัติหลังเงินเดือนออกช่วยให้เก็บได้ต่อเนื่อง โดยเลือกจำนวนที่ไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายจำเป็นติดขัด

เงินสำรองฉุกเฉินควรอยู่ในที่เข้าถึงง่าย แนวทางทั่วไปคือทยอยเก็บให้ได้ประมาณ 3–6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน และอาจมากกว่านั้นหากรายได้ไม่แน่นอนหรือมีคนที่ต้องดูแล ไม่จำเป็นต้องเก็บครบในทันที เริ่มจากให้พอใช้หนึ่งเดือนแล้วค่อยเพิ่มก็ได้

ส่วนการลงทุน ให้เริ่มจากเป้าหมายและเวลาที่จะใช้เงิน ศึกษาความเสี่ยง ค่าธรรมเนียม และโอกาสขาดทุนก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ สำหรับประกัน ลองทบทวนสิทธิรักษาและสวัสดิการที่มีอยู่ รวมถึงภาระที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อเลือกความคุ้มครองและเบี้ยที่จ่ายต่อเนื่องไหว

6. ความสัมพันธ์: มีเวลาให้คนที่สำคัญ รวมถึงตัวเอง

เมื่อทุกคนเริ่มมีงานและภาระของตัวเอง การเจอเพื่อนหรือกินข้าวกับครอบครัวอาจต้องนัดล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ความสัมพันธ์จึงต้องอาศัยความตั้งใจมากขึ้น บางครั้งเริ่มจากข้อความถามไถ่ โทรคุยระหว่างเดินทาง หรือนัดเจอกันเป็นระยะก็ช่วยให้ยังรู้ความเป็นไปของกันและกัน

ขณะเดียวกัน ลองสังเกตว่าเราอยู่กับใครแล้วเป็นตัวเองได้ กล้าบอกความต้องการไหม และมีเรื่องไหนที่ฝืนจนเหนื่อย การพูดให้ชัดว่าไม่สะดวก ต้องการเวลาพัก หรือไม่สบายใจกับพฤติกรรมบางอย่าง ช่วยให้คนรอบตัวเข้าใจเราได้มากกว่าการเก็บไว้แล้วหวังว่าเขาจะรู้เอง

ชีวิตวัยกำลังสร้างมีหลายเรื่องให้รับผิดชอบ เราอาจดูแลได้ไม่ครบทุกด้านในช่วงเดียวกัน

ลองเริ่มจากเรื่องที่กระทบชีวิตมากที่สุดตอนนี้ จะเป็นการนอนให้พอ กลับมาออกกำลังกาย จัดการรายจ่าย หรือหาเวลาเจอคนที่คิดถึง แล้วค่อย ๆ ปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

Merry’s Care อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น ผ่านข้อมูลสุขภาพที่เข้าใจง่ายและผลิตภัณฑ์ที่เราตั้งใจคัดเลือก เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างมั่นใจ

Merry’s Care | The Care You Deserve


บทความที่เกี่ยวข้อง

Prova Probio+ คืออะไร? รู้จัก Probiotic และการดูแลสุขภาพลำไส้

สินค้า

9 ก.ย. 2569 01:09 น.

สิทธิประกันสังคม 2569 อัปเดตอะไรบ้าง? สรุปสิทธิใหม่และวงเงินที่เปลี่ยน

ข่าวสุขภาพ

15 ต.ค. 2569 11:04 น.

อายุ 30+ ร่างกายเปลี่ยนอะไรบ้าง? วิธีดูแลตัวเองให้ทันความเปลี่ยนแปลง

ชีวิตและสุขภาพ

15 ต.ค. 2569 11:03 น.

COVID-19 ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ต่างกันอย่างไร? 3 โรคทางเดินหายใจที่ควรเฝ้าระวัง

ข่าวสุขภาพ

22 ก.ย. 2569 16:16 น.

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

แนะนำสินค้าที่เหมาะสมและดีที่สุดเพื่อคุณ

PROVA Probio Plus
PROVA Probio Plus-42%

PROVA Probio Plus

โพรไบโอติกส์

฿400.00฿690.00
PROVA Apple Cider Vinegar Plus
PROVA Apple Cider Vinegar Plus-63%

PROVA Apple Cider Vinegar Plus

แอปเปิ้ลไซเดอร์

฿330.00฿890.00