สิทธิประกันสังคมเป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายคน “รู้ว่ามี” แต่ไม่ค่อยได้เช็กว่าตอนนี้เปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว
บางคนยังจำว่าสิทธิทำฟันมีแค่ 900 บาทต่อปี บางคนรู้ว่ามีเงินชดเชยเวลาเจ็บป่วยหรือว่างงาน แต่ไม่รู้ว่าปี 2569 มีการขยายสิทธิบางรายการ รวมถึงปรับฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ซึ่งทำให้สิทธิประโยชน์บางส่วนขยับตามไปด้วย
Merry’s Care เลยขอมาสรุปให้ว่า ปี 2569 มีอะไรเพิ่มจากเดิมบ้าง และเรื่องไหนที่ควรเช็กก่อนควักเงินจ่ายเอง
1. สิทธิทำฟันเพิ่มขึ้นมากกว่าแค่ “900 บาทต่อปี”
นี่น่าจะเป็นสิทธิที่คนใช้ได้ใกล้ตัวที่สุด และเปลี่ยนค่อนข้างชัดในปี 2569 โดยสิทธิใหม่เริ่มตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569
จากเดิมที่คนส่วนใหญ่คุ้นกับวงเงินทำฟัน 900 บาทต่อปี ปีนี้มีการขยายรายการรักษาและเพิ่มวงเงินบางประเภท โดยเฉพาะกรณีใช้บริการกับโรงพยาบาลรัฐที่เข้าร่วมโครงการ
สิทธิที่เพิ่มหรือเปลี่ยน
โรงพยาบาลรัฐที่ร่วมโครงการ: อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน รวมถึง เกลารากฟัน และขลิบแต่งกระดูกก่อนใส่ฟันเทียม ตามความจำเป็นทางการแพทย์
ผ่าฟันคุด: แยกวงเงินออกจาก 900 บาทเดิม อยู่ที่ประมาณ 1,500–2,500 บาท/ซี่ ตามประเภทการรักษา
ฟันปลอมถอดได้: ปรับวงเงินเป็นประมาณ 1,500–6,000 บาท ตามรูปแบบ
ซ่อมฟันปลอม: 900 บาท/ครั้ง
เพิ่มสิทธิรากฟันเทียมสำหรับผู้สูญเสียฟันทั้งปากและเข้าเกณฑ์
ค่าผ่าตัดฝังรากฟันเทียมสูงสุด 17,500 บาท/ราย
ค่าชุดรากฟันเทียม 3,300 บาท
สิ่งที่ควรรู้คือ ไม่ใช่โรงพยาบาลรัฐทุกแห่งจะให้บริการครบทุกสิทธิทันที ก่อนเดินทางควรเช็กว่าร่วมโครงการหรือไม่ และรับบริการที่เราต้องการหรือเปล่า
สำนักงานประกันสังคมมีหน้าสำหรับค้นหาสถานพยาบาลในโครงการ สามารถค้นจากชื่อโรงพยาบาล จังหวัด หรือพื้นที่ได้โดยตรง และถ้าจะให้ชัวร์ที่สุด ควรโทรถามโรงพยาบาลก่อนนัดทำฟันอีกครั้ง
เช็กรายชื่อสถานพยาบาลในโครงการประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคมยังคงมีช่องทาง 1506 สำหรับสอบถามรายละเอียดสิทธิและสถานพยาบาลโดยตรง
2. ผู้ป่วยโรคไต เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น
อีกเรื่องที่มีความหมายมากคือสิทธิการบำบัดทดแทนไต เพราะการปรับครั้งนี้ไม่ได้เน้นแค่วงเงิน แต่พยายามลดขั้นตอนและให้ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ทางการแพทย์เข้าสู่การรักษาได้เร็วขึ้น
จากเดิมที่มีข้อจำกัดเรื่องเงื่อนไขและขั้นตอนบางส่วน ปี 2569 มีการปรับให้ใช้ข้อมูลทางการแพทย์ เช่น ค่าการทำงานของไต มาประกอบการพิจารณามากขึ้น
สิทธิที่ควรรู้
ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม: ไม่เกิน 1,500 บาท/ครั้ง
วงเงินรวมสูงสุด 18,000 บาท/เดือน
ผู้ป่วยไตวายที่ติดเชื้อ HIV: ไม่เกิน 4,000 บาท/ครั้ง และไม่เกิน 12,000 บาท/สัปดาห์
มีสิทธิการล้างไตทางช่องท้องตามเกณฑ์
การปลูกถ่ายไตครอบคลุมบริการก่อน ระหว่าง และหลังผ่าตัดตามหลักเกณฑ์
สำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ ประเด็นสำคัญคือ อย่ารอให้โรงพยาบาลบอกอย่างเดียวว่าใช้สิทธิได้หรือไม่ได้ ถ้าเกณฑ์หรืออาการเปลี่ยน ควรเช็กสิทธิกับสำนักงานประกันสังคมโดยตรงอีกครั้ง เพราะเกณฑ์ปี 2569 มีการปรับจากเดิม
3. เพิ่มสิทธิตาเทียมเฉพาะบุคคล
ปี 2569 ประกันสังคมไม่ได้เพิ่มเฉพาะบริการที่คนส่วนใหญ่ใช้ แต่ขยายไปถึงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตในกลุ่มที่มีความจำเป็นเฉพาะด้วย
สิทธินี้ครอบคลุมผู้ประกันตนที่เข้าเกณฑ์ เช่น ผู้ที่มีตาฝ่อแต่กำเนิด ตาฝ่อหลังลูกตาแตก หรือผ่านการผ่าตัดนำลูกตาออก
สิทธิที่เพิ่ม
ตรวจและลองตาปลอม 500 บาท
พิมพ์ตา 500 บาท
ค่าบริการวันรับตา 600 บาท
ลูกตาเทียมเฉพาะบุคคล สูงสุด 5,000 บาท/ข้าง
ตาปลอมชนิดใส 1,500 บาท/ชิ้น ตามความจำเป็นทางการแพทย์
4. Telemedicine มีเพิ่มเข้ามา
ปี 2569 มีการเพิ่มบริการพบแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เพื่อช่วยลดการเดินทางและทำให้การติดตามการรักษาสะดวกขึ้น
ข้อมูลที่ประกาศในช่วงโครงการ
อัตราค่าบริการ 65 บาท/ครั้ง
ผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่ายตามเงื่อนไข
หากต้องการใช้สิทธิ Telemedicine ควรตรวจสอบรายการโรคเรื้อรังที่มีการรองรับ และตรวจสอบโรงพยาบาลหรือสำนักงานประกันสังคมก่อนใช้สิทธิ
5. เพดานค่าจ้างใหม่ 17,500 บาท ไม่ได้มีแค่เรื่อง “โดนหักเพิ่ม”
อีกเรื่องที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้คือ ปี 2569 มีการปรับเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมสูงสุด 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท สำหรับผู้ที่มีค่าจ้างถึงระดับดังกล่าว
แน่นอนว่าเงินสมทบสูงสุดเพิ่มขึ้น แต่สิทธิประโยชน์ที่คำนวณจากฐานค่าจ้างก็ขยับขึ้นตามด้วย
สิทธิที่ได้รับผลจากฐานใหม่
เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย
จากสูงสุด 7,500 บาท/เดือน ปรับเป็น 8,750 บาท/เดือนเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ
จากสูงสุด 7,500 บาท/เดือน ปรับเป็น 8,750 บาท/เดือนเงินทดแทนกรณีว่างงานจากการถูกเลิกจ้าง
ได้ 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย ไม่เกิน 180 วัน/ปี
เพดานเดิมฐาน 15,000 บาท = สูงสุด 9,000 บาท/เดือน
ฐานใหม่ 17,500 บาท = สูงสุด 10,500 บาท/เดือนเงินทดแทนกรณีว่างงาน: ลาออกเองหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง
ได้ 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย ไม่เกิน 90 วัน/ปี
เพดานเดิมฐาน 15,000 บาท = สูงสุด 4,500 บาท/เดือน
ฐานใหม่ 17,500 บาท = สูงสุด 5,250 บาท/เดือนเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร
จาก 22,500 บาท/ครั้ง ปรับเป็น 26,250 บาท/ครั้งเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต
จาก 90,000 บาท ปรับเป็น 105,000 บาท
เป็นคนละส่วนกับค่าทำศพบำนาญชราภาพ กรณีส่งครบ 15 ปี
จาก 3,000 บาท/เดือน ปรับเป็น 3,500 บาท/เดือนบำนาญชราภาพ กรณีส่งครบ 25 ปี
จาก 5,250 บาท/เดือน ปรับเป็น 6,125 บาท/เดือน
เช็กสิทธิของตัวเองให้ชัวร์ ใช้ 3 ช่องทางนี้
ก่อนใช้สิทธิจริง สามารถเช็กข้อมูลล่าสุดจากช่องทางของสำนักงานประกันสังคมโดยตรง
เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม — ใช้ค้นหาสถานพยาบาลที่เข้าร่วมและข้อมูลสิทธิของผู้ประกันตน
แอป SSO Plus — ใช้ดูข้อมูลผู้ประกันตนและเช็กสิทธิของตัวเองผ่านมือถือ
สายด่วน 1506 — ใช้สอบถามรายละเอียดสิทธิหรือกรณีที่มีเงื่อนไขเฉพาะ
ก่อนจ่ายเอง ลองเช็กสิทธิก่อนสักครั้ง
สิทธิประกันสังคมมีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะปี 2569 ที่ทั้งสิทธิทันตกรรม การรักษาเฉพาะทางบางกลุ่ม และฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณสิทธิประโยชน์เปลี่ยนจากเดิม Merry’s Care เลยอยากชวนให้ก่อนจ่ายค่ารักษาหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เอง ลองเช็กสักนิดว่าเรามีสิทธิอะไรใช้อยู่แล้วบ้าง
และถ้าคุณมีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม การเลือกตั้งถูกเลื่อนจากวันที่ 27 กันยายน เป็น วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00–16.00 น. สามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานที่เลือกตั้งผ่านช่องทางของสำนักงานประกันสังคมและแอป SSO Plus ได้
เพราะในเมื่อเราส่งเงินสมทบกันทุกเดือน การรู้ว่าสิทธิของเรามีอะไร ใช้อย่างไร และระบบที่ดูแลสิทธิเหล่านี้ทำงานอย่างไร ก็ควรเป็นข้อมูลที่เราเข้าถึงได้ง่ายเหมือนกัน





